ประโยชน์ของการดื่มไวน์
เป็นที่ทราบกันดีว่าการดื่มไวน์นั้นมีประโยชน์ต่อร่างกายมากกว่าการดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ประเภทอื่นๆ เนื่องจากวัตถุดิบหลักในการผลิตไวน์นั้นคือ "องุ่น" และองุ่นนั้นเป็นผลไม้ที่มีสรรพคุณมากมาย มีสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยลดระดับไขมันในเส้นเลือด ลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ เป็นต้น โดยคุณสมบัติต่างๆที่ได้กล่าวถึง มีอย่างไรกันบ้าง มาดูกันค่ะ

ช่วยชะลอความแก่ (Anti-Aging)

ในไวน์แดงมีความเข้มข้นของสารต้านอนุมูลอิสระที่เรียกว่า "โพลี" มากกว่าในน้ำองุ่น ดังนั้นจึงมีส่วนช่วยให้ร่างกายป้องกันความเสียหายจากอนุมูลอิสระและช่วยชะลอกระบวนการชราได้ โดยนักวิจัยสเปนได้พบสารเมลาโทนินในผิวองุ่นรวมถึงอาหารอีกหลายชนิด เช่น หัวหอมใหญ่ ข้าว เชอรี่ นั้นสามารถปกป้องเซลล์จากการถูกทำลายตามอายุขัยที่เพิ่มขึ้น ซึ่งควรจะเริ่มบริโภคตั้งแต่อายุย่างเข้า 30 ปี

ลดความเสี่ยงของโรคหัวใจ, ลดและป้องกันมะเร็ง

โดยสารเรสเวอราทรอล (Resveratrol) ที่พบในเปลือกและเมล็ดองุ่นนั้นสามารถเปลี่ยนแปลงระดับไขมันคอเรสเตอรอลในเลือดได้ โดยการไปเพิ่มไขมันดี (HDL) ซึ่งช่วยป้องกันไม่ให้เลือดเกาะกันเป็นก้อนและในสารเรสเวอราทรอล (Resveratrol) นั้นมีหลักฐานที่บ่งชี้ว่านอกจากลดอนุมูลอิสระแล้วยังสามารถลดอัตราการเกิดมะเร็ง โดยได้ทำการวิจัยในถาดเพาะเชื้อและพบว่าสามารถลดการเจริญเติบโตของมะเร็งได้ นอกจากนี้ยังสามารถลดสารเอ็นเอฟ แคปปา บี (NF Kappa) ซึ่งเป็นโปรตีนที่สร้างโดยระบบภูมิคุ้มกันที่ถูกกระตุ้นอีกด้วย

ช่วยป้องกันโรคหวัด

ศูนย์โรคหวัดแห่งมหาวิทยาลัยคาร์ดีฟ (Cardiff University) ได้รายงานว่าคุณสมบัติของสารต้านอนุมูลอิสระ หรือสารแอนตี้ออกซิเดนท์ในไวน์แดงนั้น สามารถป้องกันโรคหวัดได้และยังมีผลการวิจัยจากอาสาสมัคร 4,000 คน เป็นเวลา 1 ปี พบว่าผู้ที่ดื่มไวน์แดงมากกว่าวันละ 2 แก้ว มีโอกาสเป็นหวัดน้อยกว่าคนที่ไม่ได้ดื่มไวน์เลยถึงร้อยละ 44 ซึ่งแสดงให้เห็นว่าการบริโภคไวน์ 1 แก้วต่อวันก็สามารถช่วยป้องกันหวัดได้

ป้องกันการอักเสบของเหงือกและฟัน

ได้มีงานวิจัยแสดงให้เห็นว่า สารโพลีฟีน (Polyphenols) ซึ่งเป็นสารธรรมชาติที่พบในเมล็ดองุ่นและไวน์แดง มีคุณสมบัติในการต้านการอักเสบที่เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียของเหงือกและแบคทีเรียในช่องปาก

ช่วยในการย่อย

Malonaldehydes หรือ สารมาโลนาลดีไฮด์ ที่มักพบในอาหารแปรรูปหรืออาหารประเภททอด นั้นส่งผลเสียต่อระบบทางเดินอาหารในร่างกายของเรา และได้มีการศึกษาค้นพบว่าการดื่มไวน์กับอาหารดังกล่าวนั้นช่วยให้สารมาโลนาลดีไฮด์ลดลงได้ถึง 60-70%

ช่วยในการนอนหลับและคลายเครียด

โดยศาสตราจารย์มาเซลดล อีริติ (Macello Iriti) จากมหาวิทยาลัยมิลานในประเทศอิตาลี ได้พบว่าไวน์มีส่วนช่วยในการนอนหลับ และจากงานวิจัยพบว่าในองุ่นรวมทั้งเปลือก เนื้อ และเมล็ดนั้นมีส่วนประกอบของเมลาโทนิน (Melatonin) ซึ่งเป็นฮอร์โมนชนิดหนึ่งที่มีส่วนช่วยในการควบคุมการนอนหลับของมนุษย์ ดังนั้นไวน์ถือเป็นยากล่อมประสาทชนิดหนึ่ง ช่วยให้ร่างกายรู้สึกผ่อนคลายและคลายความกังวล จึงทำให้นอนหลับพักผ่อนได้ยาวนานขึ้น
นอกจากนี้ความพิเศษของไวน์ขาวที่เราดื่มเพื่อความสดชื่นและเข้ากันได้ดีอย่างอาหารทะเลแล้วนั้น ยังมีสรรพคุณสำคัญที่สามารถกำจัดสารพิษจากอาหารทะเลที่เป็นอันตรายต่อระบบย่อยอาหารได้อีกด้วยค่ะ

สุดท้ายนี้ ยังมีผลการวิจัยจาก จีพี (GP) ของออสเตรเลียได้กล่าวไว้ว่า การดื่มไวน์เพื่อสุขภาพนั้น ผู้ชายสามารถดื่มได้ถึง 4 แก้ว และผู้หญิง 2 แก้วต่อวัน ถึงแม้เราจะบอกว่าการดื่มไวน์นั้นมีประโยชน์ต่อร่างกาย แต่อย่าลืมนะคะว่าไวน์ถือเป็นเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ ดังนั้น เราจึงควรบริโภคอย่างพอเหมาะไม่มากเกินไป