รู้จักกับไวน์แดง Cabernet Sauvignon และ Merlot
โพสต์เมื่อ : 26 ม.ค 2566 เวลา 4:57 น.
เคยมั้ยคะว่าเวลาเราไปร้านนั่งชิวแล้วอยากจะจิบไวน์กับเพื่อนๆ พอเจอเมนูไวน์ในร้านแล้วเรากับเพื่อนๆต้องสงสัยจนต้องถามพนักงานเป็นประโยคยอดฮิตว่า “พี่คะ ตัวไหนอร่อยบ้างคะ” วันนี้ทาง Wine Time จะมาอธิบายให้เพื่อนฟังว่า องุ่นแต่ละตัวในตัวไวน์นี้รสชาติเป็นอย่างไร ซึ่งในฉลากบนขวดไวน์นั้น มักจะมีชื่อขององุ่นระบุไว้ในชื่อไวน์ด้วยเสมอ โดยองุ่นที่นำมาแนะนำวันนี้เป็นตัวยอดนิยมที่จะเจอกันบ่อยๆ บนฉลากของไวน์ โดยชื่อเหล่านี้สามารถบอกได้ถึงรสชาติ ความเข้มข้น และลักษณะจำเพาะขององุ่นดังกล่าวโดยสังเขป
ดังนั้นเราจะมาพูดถึงรสชาติของแต่ละตัว ให้พอเข้าใจ เพื่อให้การเลือกซื้อไวน์ครั้งต่อไปมีความเข้าใจมากขึ้นและทำให้เพื่อนๆ มีความรู้ระดับเบื้องต้นในการสั่งไวน์โดยไม่จำเป็นต้องถามพนักงานในร้านว่า “พี่คะ ตัวไหนอร่อยบ้างคะ” อีกต่อไป ซึ่งจริงๆ แล้วองุ่นที่นำมาบ่มไวน์นั้น มีหลากหลายสายพันธุ์มากเลยค่ะ แต่เราจะยกตัวอย่างที่เห็นกันบ่อยมาแนะนำนะคะ ซึ่งในอนาคต ทางเราจะนำองุ่นชื่อแปลกๆมารีวิว อธิบายให้ฟังต่อไปค่ะ แต่วันนี้จะเอาองุ่นตัวที่เห็นบ่อยบนฉลากมาเล่ามาแชร์ให้เพื่อนๆ ฟังกันค่ะ
โดยในบทความนี้ ทางเราขอแนะนำไวน์แดง Cabernet Sauvignon และ Merlot กันก่อนนะคะ
ดังนั้นไวน์ที่ทำมาจากองุ่นพันธุ์ Cabernet Sauvignon จะสามารถทานควบคู่กับชีสได้ดีมาก แต่ที่น่าสนใจมากกว่านั้นคือไวน์ชนิดนี้สามารถจับคู่กับของหวานที่มีช็อกโกแลตเป็นส่วนประกอบได้อย่างน่ามหัศจรรย์ และหากเป็นไวน์ที่ทำมาจากองุ่นพันธุ์นี้แต่อายุยังไม่มากนั้นจะมีรสฝาดอย่างมากเป็นลักษณะเฉพาะตัว ซึ่งสามารถจับคู่ได้ดีกับอาหารที่มีความมันอาทิเช่น เนื้อติดมัน, เนื้อลูกแกะ หรือเนื้อหมูก็ได้ค่ะ แต่อย่างไรก็ตามหากเพื่อนๆดื่มไวน์ที่ทำจากองุ่นตัวนี้ เราขอเตือนท่านไว้ก่อนเลยว่ามันมีปริมาณแอลกอฮอล์ที่สูงมากค่ะ
รสชาติเฉพาะตัวขององุ่นพันธุ์นี้จะคล้ายๆกับลูกเชอรี่ดำซึ่งจะให้ความรู้สึกถึงผลไม้พอสมควร โดยในบางขวดเพื่อนๆอาจจะได้กลิ่นทรัฟเฟิ่ลบ้าง ลูกพลัมบ้าง หรือ วนิลลาบ้าง รสชาตินั้นมีความเฝื่อนพอสมควรและมีสีที่เข้มข้น ซึ่งคุณสมบัติดังกล่าวจะมีความคล้ายคลึงกับ Cabernet Sauvignon ข้างต้น แต่ตัว Merlot จะมีความเข้มข้น และความเฝื่อนน้อยกว่า แต่จะมีรสเปรี้ยวมากกว่า และคุณสมบัติพิเศษของแมร์โลต์คือจะมีรสชาติของช็อกโกแลตเล็กๆ ซ่อนปลายไว้เสมอ
โดยไวน์ที่บ่มโดยองุ่นแมร์โลต์นั้นเข้าได้กับอาหารหลายๆประเภท อาทิเช่น พิซซ่า หรือไก่ย่างก็ล้วนแล้วแต่เข้ากับ Merlot ทั้งนั้น เพื่อนๆอาจจะสั่งซี่โครงหมูบาบีคิวรสชาติหวานหอมอมเปรี้ยวเล็กๆก็สามารถเข้าคู่ได้กับไวน์ที่ทำมาจากองุ่นแมร์โลต์ได้อย่างไม่เขอะเขิน ส่วนตัวแล้วเราขอแนะนำให้เพื่อนๆลองนำไวน์ที่มีองุ่นแมร์โลต์เป็นส่วนผสมหลักไปหมักในเนื้อสัตว์นะคะ จะทำให้เนื้อที่เราหมักนั้นมีกลิ่นผลไม้ฟุ้งกระจายเลยค่ะ
สุดท้ายนี้เราเชื่อว่าการชิมไวน์ถือเป็นศิลปะอย่างหนึ่ง ดังนั้นหากว่ามีข้อมูลผิดพลาดประการใด หรือเพื่อนๆ เห็นต่างอย่างไร ทางเราขอน้อมรับคำติชม เพื่อนำไปพัฒนาต่อไปค่ะ ครั้งหน้าจะเป็นองุ่นตัวไหนที่ทางเรานำมารีวิว ขอฝากเพื่อนๆ ติดตาม Wine Time by Wine Selection ต่อไปด้วยนะคะ
ขอบคุณข้อมูลจาก
Wine Folly
The Wine Cellar Insider
Quini Wine
Wine To Cellar
ดังนั้นเราจะมาพูดถึงรสชาติของแต่ละตัว ให้พอเข้าใจ เพื่อให้การเลือกซื้อไวน์ครั้งต่อไปมีความเข้าใจมากขึ้นและทำให้เพื่อนๆ มีความรู้ระดับเบื้องต้นในการสั่งไวน์โดยไม่จำเป็นต้องถามพนักงานในร้านว่า “พี่คะ ตัวไหนอร่อยบ้างคะ” อีกต่อไป ซึ่งจริงๆ แล้วองุ่นที่นำมาบ่มไวน์นั้น มีหลากหลายสายพันธุ์มากเลยค่ะ แต่เราจะยกตัวอย่างที่เห็นกันบ่อยมาแนะนำนะคะ ซึ่งในอนาคต ทางเราจะนำองุ่นชื่อแปลกๆมารีวิว อธิบายให้ฟังต่อไปค่ะ แต่วันนี้จะเอาองุ่นตัวที่เห็นบ่อยบนฉลากมาเล่ามาแชร์ให้เพื่อนๆ ฟังกันค่ะ
โดยในบทความนี้ ทางเราขอแนะนำไวน์แดง Cabernet Sauvignon และ Merlot กันก่อนนะคะ
1. Cabernet Sauvignon (กาแบร์เนต์ โซ-วี-ญง)
องุ่นแดงพันธุ์นี้เป็นที่นิยมไปใช้ในการผลิตไวน์และมีการปลูกอย่างแพร่หลายทั่วโลก ซึ่งในแต่ละพื้นที่จะมีสภาพอากาศแตกต่างกันจึงทำให้รสชาติของผลผลิตนั้นมีความแตกต่างกันบ้าง แต่แหล่งที่มาขององุ่นพันธุ์นี้ที่ได้รับการยอมรับมากนั้นมีเพียงสองที่ได้แก่ แคว้นบอร์กโดซ์ และ หุบเขานาป้าในรัฐแคลิฟอร์เนียน ประเทศอเมริกา ลักษณะของเม็ดองุ่นพันธุ์นี้จะมีผิวสัมผัสที่หนาซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะขององุ่นพันธุ์ดังกล่าว โดยองุ่นพันธุ์นี้ในวงการไวน์ถือว่า พระราชาขององุ่นได้เลยค่ะ (King of Grape) รสชาติขององุ่นพันธุ์นี้เป็นองุ่นที่โดยรวมแล้วมีความเข้มข้นมาก (Intense) หนักแน่น (Full Body) รสชาติฝาด (Tanin) ซึ่งวิธีการสังเกตง่ายๆคือ ไวน์ที่ทำมาจากองุ่นพันธุ์นี้จะมีสีเข้มจัด และมีรสชาติฝาด แต่จะได้รับรสของแบล็กเบอรี่(black currant) และมีความเผ็ดนิดๆติดปลาย แต่อย่างไรก็ตามไวน์ตัวนี้จะไม่ได้มีรสเปรี้ยว (acidity) มากเท่าไหร่นักดังนั้นไวน์ที่ทำมาจากองุ่นพันธุ์ Cabernet Sauvignon จะสามารถทานควบคู่กับชีสได้ดีมาก แต่ที่น่าสนใจมากกว่านั้นคือไวน์ชนิดนี้สามารถจับคู่กับของหวานที่มีช็อกโกแลตเป็นส่วนประกอบได้อย่างน่ามหัศจรรย์ และหากเป็นไวน์ที่ทำมาจากองุ่นพันธุ์นี้แต่อายุยังไม่มากนั้นจะมีรสฝาดอย่างมากเป็นลักษณะเฉพาะตัว ซึ่งสามารถจับคู่ได้ดีกับอาหารที่มีความมันอาทิเช่น เนื้อติดมัน, เนื้อลูกแกะ หรือเนื้อหมูก็ได้ค่ะ แต่อย่างไรก็ตามหากเพื่อนๆดื่มไวน์ที่ทำจากองุ่นตัวนี้ เราขอเตือนท่านไว้ก่อนเลยว่ามันมีปริมาณแอลกอฮอล์ที่สูงมากค่ะ
2. Merlot (แมร์โลต์)
องุ่นพันธุ์นี้เป็นที่นิยมเช่นกัน องุ่นพันธุ์นี้เป็นองุ่นที่ปลูกมากที่สุดเป็นอันดับสองของโลกในปี 2561 เป็นรองเพียงแค่ราชาองุ่นอย่าง Cabernet Sauvignon เท่านั้นโดยองุ่นพันธุ์นี้เชื่อว่าเกิดขึ้นจากการข้ามสายพันธุ์ขององุ่นสองสายพันธุ์ โดยกลุ่มนักปรุงไวน์เริ่มนำองุ่นพันธุ์นี้มาบ่มเมื่อปี 1784 ณ ริมแม่น้ำฝั่งขวาของบอร์กโดซ์ แม้ว่าช่วงแรกๆ Merlot ไม่เป็นที่นิยมนักโดยนักปรุงไวน์มักจะนำองุ่นพันธุ่แมร์โลต์มาผสมกับองุ่นพันธุ์อื่น แต่เมื่อเวลาผ่านไปหลายร้อยปีความนิยมในตัวองุ่นพันธุ์นี้ก็มีสูงขึ้นเรื่อยๆจนกระทั่งมีการตั้งให้วันที่ 7 พฤศจิกายนเป็นวันแมร์โลต์นานาชาติ (International Merlot Day) องุ่นพันธุ์นี้เป็นที่นิยมปลูกมากใน ฝรั่งเศส โดยเฉพาะในเขตพื้นที่ที่เป็นดินโคลน นอกจากประเทศฝรั่งเศสที่นิยมปลูกแล้ว แมร์โลต์ยังเป็นที่นิยมในอเมริกา อิตาลี ชิลี ออสเตเลีย และ อาเจนติน่าด้วยรสชาติเฉพาะตัวขององุ่นพันธุ์นี้จะคล้ายๆกับลูกเชอรี่ดำซึ่งจะให้ความรู้สึกถึงผลไม้พอสมควร โดยในบางขวดเพื่อนๆอาจจะได้กลิ่นทรัฟเฟิ่ลบ้าง ลูกพลัมบ้าง หรือ วนิลลาบ้าง รสชาตินั้นมีความเฝื่อนพอสมควรและมีสีที่เข้มข้น ซึ่งคุณสมบัติดังกล่าวจะมีความคล้ายคลึงกับ Cabernet Sauvignon ข้างต้น แต่ตัว Merlot จะมีความเข้มข้น และความเฝื่อนน้อยกว่า แต่จะมีรสเปรี้ยวมากกว่า และคุณสมบัติพิเศษของแมร์โลต์คือจะมีรสชาติของช็อกโกแลตเล็กๆ ซ่อนปลายไว้เสมอ
โดยไวน์ที่บ่มโดยองุ่นแมร์โลต์นั้นเข้าได้กับอาหารหลายๆประเภท อาทิเช่น พิซซ่า หรือไก่ย่างก็ล้วนแล้วแต่เข้ากับ Merlot ทั้งนั้น เพื่อนๆอาจจะสั่งซี่โครงหมูบาบีคิวรสชาติหวานหอมอมเปรี้ยวเล็กๆก็สามารถเข้าคู่ได้กับไวน์ที่ทำมาจากองุ่นแมร์โลต์ได้อย่างไม่เขอะเขิน ส่วนตัวแล้วเราขอแนะนำให้เพื่อนๆลองนำไวน์ที่มีองุ่นแมร์โลต์เป็นส่วนผสมหลักไปหมักในเนื้อสัตว์นะคะ จะทำให้เนื้อที่เราหมักนั้นมีกลิ่นผลไม้ฟุ้งกระจายเลยค่ะ
สุดท้ายนี้เราเชื่อว่าการชิมไวน์ถือเป็นศิลปะอย่างหนึ่ง ดังนั้นหากว่ามีข้อมูลผิดพลาดประการใด หรือเพื่อนๆ เห็นต่างอย่างไร ทางเราขอน้อมรับคำติชม เพื่อนำไปพัฒนาต่อไปค่ะ ครั้งหน้าจะเป็นองุ่นตัวไหนที่ทางเรานำมารีวิว ขอฝากเพื่อนๆ ติดตาม Wine Time by Wine Selection ต่อไปด้วยนะคะ
ขอบคุณข้อมูลจาก
Wine Folly
The Wine Cellar Insider
Quini Wine
Wine To Cellar